Skip to main content

ลูกไม่ค่อยกินข้าว กินยาก เบื่ออาหาร พ่อแม่ต้องรับมืออย่างไร

อะไรคือนิยามของ “เด็กกินยาก” ?

ปัญหา “ลูกกินยาก” หรือ “ลูกไม่ยอมกินข้าว” เป็นปัญหาที่ผู้ปกครองพบเจอได้บ่อย และทำให้ผู้ปกครองหลายคนมีความกังวล กลัวว่าลูกจะได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ เจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่ ฯลฯ อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมการเลือกกินอาหารในเด็ก (ที่เรียกว่า “กินยาก”) นั้นเป็นพฤติกรรมที่พบได้ตามธรรมชาติ เนื่องจากช่วงเวลาที่เด็กโตขึ้นมาจากวัยทารก น้ำหนักและส่วนสูงที่เพิ่มขึ้นต่อปีจะค่อย ๆ ลดลง โดยจะเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้งเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น

ดังนั้นในช่วงเวลาที่ร่างกายมีการเจริญเติบโตช้าลง ความต้องการพลังงานก็จะลดลงด้วย เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงวัยก่อนหน้า จึงทำให้ความอยากอาหารลดลง ผู้ปกครองจึงอาจไม่สบายใจว่า ทำไมลูกถึงไม่ค่อยกินข้าว หรือ กินอาหารได้น้อยลง

ดังนั้น ความหมายที่ชัดเจนของอาการ “กินยาก” (picky eating) จึงไม่ได้มีตัวเลขกำหนดที่ตายตัว อย่างไรก็ตาม คำจำกัดความคร่าว ๆ ก็คือการที่เด็กปฏิเสธการกินอาหารบ่อยครั้ง หรือมักจะกินแต่อาหารเดิม ๆ ซ้ำไปซ้ำมา ทำให้ผู้ปกครองอาจเกิดความกังวลใจขึ้น

ทำไมลูกไม่ค่อยกินข้าว?

งานวิจัยในต่างประเทศ พบว่า ผู้ปกครองจะคิดว่าลูกกินยาก เมื่อลูกปฏิเสธการลองอาหารใหม่ ๆ หรือผู้ปกครองคิดว่าปริมาณและความหลากหลายของอาหารที่เด็กกินนั้นน้อยเกินไป หรือช่วงเวลาในการกินอาหารไม่ใช่ช่วงเวลาที่มีความสุขสำหรับเด็ก อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากงานวิจัยพบว่า ผู้ปกครองที่คิดว่าลูกกินยากนั้น ในทางกลับกันก็มีความพยายามที่จะเข้มงวดเรื่องการกินอาหารของลูกมากเช่นกัน 

หรือบางครั้งก็อาจใช้วิธีติดสินบน โดยการให้อาหารที่ลูกชอบเป็นรางวัล หรือบางครั้งผู้ปกครองเองก็เลือกกินอาหารเช่นกัน การที่ผู้ปกครองมีความเข้มงวดกับการกินอาหารมากเกินไป และผู้ปกครองเองก็กินยาก จะยิ่งส่งเสริมให้ลูกมีพฤติกรรมกินยากหรือไม่ค่อยกินข้าวมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม มีหลายกรณีที่ภาวะกินยากมีความรุนแรงจนต้องได้รับการรักษา โดยทั่วไปภาวะกินยากที่รุนแรงจะเกิดมาจากสาเหตุหลัก ๆ คือ 

  • อาการเจ็บป่วย : เป็นไข้ มีความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร มีโรคทางพันธุกรรมแต่กำเนิด ฯลฯ
  • สิ่งแวดล้อม : การเข้าถึงอาหาร ทัศนคติของบุคคลรอบข้าง สิ่งแวดล้อมในมื้ออาหาร ทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน
  • พฤติกรรม : โดยเฉพาะของผู้ปกครอง เช่น การบังคับป้อนอาหารแต่เด็ก ความกลัวอาหารที่เกิดตั้งแต่ยังเล็ก ฯลฯ

กินยากแล้วส่งผลอย่างไร?

หากลูกไม่ค่อยกินข้าวเพียงชั่วระยะเวลาหนึ่ง เนื่องจากความจำกัดของอาหารที่บริโภคไม่รุนแรงมาก ก็ไม่ถือเป็นภาวะอันตรายต่อลูก เพียงแต่ต้องอาศัยการปรับทัศนคติและพฤติกรรมของผู้ปกครองเพื่อแก้ไขปัญหา

อย่างไรก็ตาม หากลูกไม่ยอมกินข้าวจนส่งผลกระทบทำให้น้ำหนัก ส่วนสูงไม่เพิ่มตามปกติ มีสัญญาณของการขาดสารอาหาร ความจำกัดของอาหารเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป หรือมีอาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น สำลัก อาเจียน ท้องเสีย ไม่สามารถรับประทานอาหารได้ด้วยตนเอง มีอารมณ์เกรี้ยวกราดอย่างมาก ก็จำเป็นต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวินิจฉัยหาสาเหตุของโรคหรือสภาวะที่เป็นที่มาของอาการกินยากนั้น ๆ ต่อไป

ลูกไม่ยอมกินข้าว ดูแลทางโภชนาการอย่างไรดี?

หากลูกไม่กินข้าวจนมีภาวะกินยากอย่างรุนแรง จำเป็นต้องได้รับการรักษาจากทีมสหสาขาวิชาชีพ (แพทย์ พยาบาล นักจิตบำบัด นักกิจกรรมบำบัด นักโภชนาการ/นักกำหนดอาหาร) อย่างเหมาะสมเป็นรายบุคคล โดยมีการติดตามและประเมินผลการรักษาอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ในเด็กที่มีภาวะกินยากแบบไม่รุนแรง ผู้ปกครองอาจลองทำตามแนวทางปฏิบัติเหล่านี้ เพื่อช่วยให้เด็กสามารถยอมรับอาหารมากขึ้นได้ 

1) งดพฤติกรรมการให้อาหารอื่น ๆ ที่ลูกชอบ เมื่อลูกไม่ยอมกินข้าว

หลาย ๆ ครั้งผู้ปกครองจะมีความเป็นห่วงว่าลูกจะเกิดความหิว และมักจะรู้สึกผิด จึงยอมให้อาหารอื่น ๆ ที่ลูกชอบแทน พฤติกรรมนี้จะเป็นการสอนให้ลูกเรียนรู้ว่า เมื่อปฏิเสธอาหารก็จะได้รับประทานอาหารที่ชอบ แรงจูงใจในการลองอาหารใหม่ ๆ ของลูกก็จะลดลง 

2) สอนให้ลูกนั่งรับประทานอาหารบนเก้าอี้ให้เรียบร้อย

สร้างบรรยากาศให้ไม่อึดอัด ไม่กดดัน ไม่มีสิ่งรบกวนอื่น ๆ ระหว่างการกินอาหาร ทั้งในมื้อหลักและมื้อว่าง จะทำให้สมาธิของลูกจดจ่อกับการกินอาหารมากขึ้น

3) ไม่สนับสนุนให้ลูกกินจุบจิบตลอดเวลา

เพราะลูกจะไม่หิวเวลาถึงมื้ออาหาร กำหนดระยะเวลาของมื้อหลักและมื้อว่างให้ชัดเจน (แต่หยืดหยุ่นได้) ให้มีระยะห่างระหว่างแต่ละมื้อบ้าง ให้ลูกพอรู้สึกหิว แต่ไม่หิวมากจนส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมและการแสดงออกอย่างรุนแรง

4) ใช้การเสริมแรงเชิงบวก

ทำให้ช่วงเวลาการกินอาหารเป็นช่วงเวลาที่สนุก เริ่มจากอาหารที่ลูกมีแนวโน้มจะรับได้และคุ้นชิน จับคู่อาหารที่คุ้นชินกับไม่คุ้นชิน ให้ลูกมีส่วนร่วมในการเลือกและทำอาหาร ชมเชยเวลาลูกเลือกกินอาหารชนิดใหม่ ๆ เป็นต้น 

 

อาหารสำหรับเด็กไม่จำเป็นต้องเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงที่สุดในทุกมื้อ แต่เป็นอาหารที่เด็กยอมรับรสชาติได้ และให้คุณค่าทางโภชนาการที่พอเหมาะ หากเลือกอาหารอย่างหลากหลาย ในภาพรวม เด็กก็มีแนวโน้มที่จะได้รับสารอาหารครบถ้วนในระยะยาว

5) หลีกเลี่ยงการใช้การเสริมแรงเชิงลบ

เมื่อลูกไม่ยอมกินข้าว ควรหลีกเลี่ยงการดุด่าว่ากล่าว การใช้กำลังป้อน บังคับให้กินอาหารจนหมดจาน เพราะจะทำให้ลูกไม่ได้เรียนรู้กลไกความหิว – อิ่มตามธรรมชาติของร่างกาย และก็จะทำให้ลูกเกลียดอาหารที่ถูกบังคับให้กินด้วย

6) ไม่การติดสินบนให้ลูกกินผักด้วยการให้ขนมตามหลัง

เพราะจะเป็นการย้ำให้ลูกเห็นถึงคุณค่าของขนม แต่ลดทอนคุณค่าของผักลง และจะทำให้ลูกไม่ยอมกินข้าวหรือกินยากขึ้น

ตัวอย่างที่ดีของจัดอาหารเป็นอย่างไร? 

หากคุณพ่อคุณแม่รู้ว่าลูกมีปัญหาไม่ยอมกินข้าว ควรแก้ปัญหาโดยการจัดอาหารที่ลูกชื่นชอบ พร้อมกับอาหารอื่น ๆ เพื่อเสริมสารอาหารในแต่ละมื้อให้ได้รับสารอาหารครบถ้วนอยู่เสมอ อย่างมื้อเช้าที่เหมาะสม ควรประกอบด้วยข้าวแป้ง เนื้อสัตว์หรืออาหารที่ให้โปรตีน นมและผลิตภัณฑ์จากนม โดยหากมีผักและผลไม้ด้วยก็จะทำให้มื้อเช้าสมบูรณ์มากขึ้น 

ตัวอย่างอาหารเช้าที่มีคุณภาพสำหรับเด็กวัยเรียน เช่น แซนด์วิชทูน่า แซนด์วิชไข่ กับนมหรือผลิตภัณฑ์จากนม 1 แก้ว หรือ ข้าวต้มเครื่อง - โจ๊ก (ใส่หมูสับ ไก่สับ ปลา ฯลฯ) หรือ ไข่กระทะกับขนมปังอบ เป็นต้น เสริมด้วยผลไม้ในปริมาณพอเหมาะ (1 จานรองกาแฟเล็ก) ก็จะทำให้เด็กได้ทั้งพลังงานและสารอาหารเต็มที่ พร้อมกับการเรียนในห้องเรียน 

งานวิจัยพบว่าเด็กที่กินอาหารเช้าเป็นประจำ มีพฤติกรรมการเรียนในห้องที่ดีกว่าเด็กที่ไม่ได้กินอาหารเช้าเป็นประจำ (โดยไม่เกี่ยวกับภาวะโภชนาการหรือรายได้ของครอบครัวแต่อย่างใด) เนื่องจาก การอดอาหารระยะสั้น ๆ ในเด็กวัยเรียน อาจทำให้เกิดความเครียดได้มากกว่าวัยผู้ใหญ่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสามารถในการเรียนได้

 

การจัดอาหารมื้อเช้าของพ่อแม่ให้ลูกที่ไม่ยอมกินข้าว

 

การจัดอาหารมื้อเช้าของพ่อแม่ให้กับลูกที่ไม่ค่อยกินข้าว

 

หลังจากกลับจากโรงเรียน ผู้ปกครองอาจเตรียมอาหารว่างหลังเลิกเรียน เช่น ผลไม้ ถั่วเมล็ดแห้ง โยเกิร์ต ขนมปัง นมหรือผลิตภัณฑ์จากนม เพื่อให้เด็กได้กินเป็นมื้อว่าง เป็นพลังงานก่อนทำการบ้านหรือมีกิจกรรมทางกาย เล่นกีฬา ออกกำลังกาย ฯลฯ หลังเลิกเรียน 

จากนั้นจึงเตรียมอาหารเย็น โดยอาจเป็นข้าวสวย พร้อมกับข้าว 3 – 4 อย่าง ให้มีทั้งผักและเนื้อสัตว์เป็นองค์ประกอบ โดยที่กับข้าวบางอย่างมีน้ำมันบ้าง (เช่น ผัดผักใส่กุ้ง ไข่เจียวแครอท ฯลฯ) บางอย่างมีน้ำมันน้อย (เช่น แกงจืดเต้าหู้ใส่ผัก ต้มยำเห็ดแบบไม่เผ็ด ฯลฯ) ให้เด็กได้เลือกกับข้าวกินด้วยตนเอง โดยที่ผู้ปกครองก็กินอาหารร่วมกับเด็กด้วย ก็จะทำให้เด็กได้เรียนรู้พฤติกรรมการกินอาหารที่เหมาะสมได้

สรุป

ปัญหาลูกไม่ยอมกินข้าว กินยาก เป็นปัญหาที่พบได้บ่อย หากมีความรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษาที่ต้นเหตุ 

อย่างไรก็ตาม หากเป็นปัญหาเชิงพฤติกรรมที่ไม่ได้มีความรุนแรงมาก การปรับทัศนคติและพฤติกรรมของผู้ปกครองร่วมกับลูกจะช่วยให้พฤติกรรมการกินอาหารดีขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องใช้เวลาและความอดทนอย่างมากจึงจะประสบความสำเร็จ แต่ก็เป็นสิ่งที่ผู้ปกครองควรทำ เพื่อปลูกฝังให้เกิดพฤติกรรมการกินอาหารที่ดีอย่างยั่งยืน

อ้างอิง

Brown CL, Vander Schaaf EB, Cohen GM, Irby MB, Skelton JA. Association of Picky Eating and Food Neophobia with Weight: A Systematic Review. Child Obes. 2016 Aug;12(4):247-62.

Byrne R, Jansen E, Daniels L. Perceived fussy eating in Australian children at 14 months of age and subsequent use of maternal feeding practices at 2 years. Int J Behav Nutr Phys Act. 2017;14(1):123. 

Cardona Cano S, Hoek HW, Bryant-Waugh R. Picky eating: the current state of research. Curr Opin Psychiatry. 2015 Nov;28(6):448-54.

Kerzner B, Milano K, MacLean WC Jr, Berall G, Stuart S, Chatoor I. A practical approach to classifying and managing feeding difficulties. Pediatrics. 2015 Feb;135(2):344-53.

Taylor CM, Emmett PM. Picky eating in children: causes and consequences. Proc Nutr Soc. 2019 May;78(2):161-169. 

Taylor CM, Wernimont SM, Northstone K, Emmett PM. Picky/fussy eating in children: Review of definitions, assessment, prevalence and dietary intakes. Appetite. 2015 Dec;95:349-59

ABOUT THE AUTHOR

ฐนิต วินิจจะกูล

ฐนิต วินิจจะกูล

นักกำหนดอาหารวิชาชีพ และนักศึกษาปริญญาเอก ที่มีความสนใจพิเศษเกี่ยวกับโภชนาการและพฤติกรรมการบริโภคอาหารของเด็กและวัยรุ่น

 

gv-icon-1301

Featured Posts