Skip to main content

เด็กก้าวร้าว ลูกอารมณ์รุนแรงโมโหร้าย พ่อแม่มีวิธีรับมืออย่างไร

เมื่อลูกของเราเข้าโรงเรียนแล้ว จะเป็นช่วงวัยที่มีพัฒนาการรวดเร็วทั้งร่างกายและจิตใจไปพร้อม ๆ กัน แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก ๆ เช่นกันสำหรับเด็กวัย 7-12 ปี คือพัฒนาการทางอารมณ์ว่าเขาเป็นอย่างไร เด็กมีอาการก้าวร้าว โมโหร้ายหรือไม่ วันนี้เราจะมาชวนคุณแม่มาลองสังเกตกันว่า ลูกของเรามีพัฒนาการทางอารมณ์เป็นอย่างไรกันบ้าง

ให้อิสระ แต่ต้องหมั่นสังเกต

เมื่อเข้าสู่วัย 7-12 ปี ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างตามธรรมชาติ เด็ก ๆ เริ่มมีความเป็นตัวของตัวเอง เริ่มมีเพื่อนเป็นกลุ่ม บางคนอยากโตเป็นผู้ใหญ่เร็ว ๆ โดยคุณแม่สามารถให้อิสระกับลูก ๆ ในกิจกรรมของพวกเขาได้ แต่ต้องคอยหมั่นสังเกตว่ากิจกรรมที่พวกเขาทำนั้นมีพฤติกรรมไปในทางที่สามารถนำไปสู่อารมณ์รุนแรงหรือความก้าวร้าวในอนาคตหรือไม่

สังเกตลูกอย่างไร ว่ามีอารมณ์รุนแรงหรือไม่ ?

1. สังเกตความร่าเริง 

สังเกตว่าความร่าเริงของลูกเราลดลงหรือไม่ ดูจากการที่ลูกอาจไม่ยิ้มแย้มให้กับเราหรือคนรอบข้าง เริ่มไม่ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ เช่น ชอบวาดรูป ชอบเล่นดนตรี แต่กลับทำสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ลดลงไป คุณพ่อคุณแม่ควรหมั่นสังเกตพฤติกรรมของลูกเพราะสิ่งเหล่านี้อาจนำพาไปสู่พฤติกรรมก้าวร้าวหรืออารมณ์รุนแรงได้

2. สังเกตการควบคุมอารมณ์ 

อาการแรกเริ่มของเด็กก้าวร้าวนั้นบางครั้งก็มาจากอารมณ์ของตัวเด็กเอง คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตว่าลูกโมโหร้ายหรือโกรธง่ายขึ้นหรือไม่ สังเกตวิธีการแสดงอารมณ์ของลูกที่เปลี่ยนไปจากการลงมือทำสิ่งต่าง ๆ ที่ยังไม่สมบูรณ์ เช่น วาดรูปไม่เสร็จ เล่นกีต้าร์ไม่จบเพลง แล้วมีการแสดงอาการหงุดหงิด หรือแสดงอารมณ์รุนแรงออกมา

3. สังเกตการเก็บตัว 

สังเกตว่าลูกของเราเริ่มอยู่คนเดียวมากขึ้นหรือไม่ เช่น ดูจากการที่ลูกกลับถึงบ้านแล้วเข้าห้องทันที พูดคุยกับเราน้อยลง หรือไม่ออกไปทำกิจกรรมกับเพื่อน ๆ เป็นต้น

วิธีแก้ไขพัฒนาการทางอารมณ์ ไม่ให้นำไปสู่พฤติกรรมก้าวร้าว

1. เข้าใจอารมณ์ของลูก  

อารมณ์ที่เปลี่ยนไปของลูกถือเป็นเรื่องธรรมชาติ โดยเฉพาะเวลาที่ลูกก้าวร้าว มีอารมณ์รุนแรงหรืออารมณ์โกรธจากบางเรื่อง ซึ่งคุณแม่สามารถบอกกับลูกด้วยคำพูดเช่นว่า “แม่เข้าใจลูกนะ” เพื่อให้ลูกใจเย็นลง และเมื่อเขาอารมณ์นิ่งขึ้น ให้เขาเลือกวิธีที่จัดการความโกรธ ของเขาด้วยตัวเอง เป็นการฝึกให้เด็กได้หัดคิดและเรียนรู้ โดยมีคุณแม่คอยเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำอยู่ข้าง ๆ

2. ใช้การอธิบายด้วยเหตุผล 

หากลูกก้าวร้าวหรือมีอารมณ์โกรธ โมโหร้ายและมีการแสดงออกบางอย่าง เช่น หน้าบึ้ง ร้องไห้ ถอนหายใจ เป็นต้น ลองปล่อยให้ลูกอยู่กับตัวเองจนใจเย็น สีหน้าดีขึ้น ดูสงบขึ้น แล้วค่อยเข้าไปถามความรู้สึก และเปิดโอกาสให้เขาได้เล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้น เพื่อที่คุณแม่จะได้มีโอกาสในการที่จะรับฟัง รวมถึงให้คำแนะนำในวิธีการแก้ไขพฤติกรรมก้าวร้าวให้ลูกได้อย่างเหมาะสม

3. เป็นแบบอย่างที่ดี 

การจัดการอารมณ์หลายครั้งไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับเด็ก แต่บางครั้งอาจจะเกิดขึ้นจากคุณแม่หรือคนใกล้ตัวเองหากมีอารมณ์โกรธ เพราะการที่เด็กก้าวร้าว มีอารมณ์รุนแรงนั้นส่วนหนึ่งอาจเกิดจากพฤติกรรมการเลียนแบบของลูก ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรจัดการกับอารมณ์โกรธนั้นได้ด้วย เพื่อเป็นแบบอย่างให้ลูกเห็นว่า อารมณ์โกรธและโมโหเหล่านี้สามารถแก้ไขได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องแสดงพฤติกรรมที่ก้าวร้าวออกมา

 

อารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงจากการเจอเหตุการณ์ต่าง ๆ สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะเด็กวัยประถมที่เป็นวัยแห่งการเรียนรู้ คุณแม่ควรสอนวิธีจัดการความโกรธและพฤติกรรมก้าวร้าวในเด็กอย่างถูกต้อง ฝึกให้เขาควบคุมอารมณ์ได้อย่างเหมาะสม เพื่อการเติบโตอย่างมีคุณภาพต่อไป

gv-icon-437

Featured Posts