Skip to main content

วิธีเลี้ยงลูกให้มีความสุข ในยุค New Normal ‘ความยืดหยุ่นคือกุญแจ’

New Normal คือคำที่คุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครองทุกคนจะต้องเคยได้ยินจนคุ้นหูตลอด หนึ่งปีที่ผ่านมานี้ ในมุมหนึ่ง คำว่า ‘New Normal’ คำนี้ได้อธิบายถึงการใช้ชีวิตวิถีใหม่ที่อาจจะเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของผู้คนไปตลอดกาล โดยเฉพาะในมุมมองของ ‘การเลี้ยงลูก’ คุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครอง ควรมีการปรับตัวอย่างไร? เราจะพาไปหาคำตอบพร้อม ๆ กัน

การเลี้ยงลูกให้มีความสุขในยุค New Normal

จากสถานการณ์ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงมากมายที่เกิดขึ้น ส่งผลต่อวิถีการใช้ชีวิต การทำงาน การพักผ่อน ทำให้มุมมองที่เรามีต่อสิ่งเหล่านั้นเปลี่ยนไป ซึ่งความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นไม่ได้ส่งผลต่อผู้ใหญ่ หรือใครคนใดคนหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลโดยตรงไปสู่คุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครองที่ต้องเลี้ยงลูกให้มีความสุขท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงนี้ เพื่อให้เขาเติบโตไปโดยไม่รู้สึกขาดหรือแปลกแยกไปจากสิ่งที่พวกเขาควรจะเป็น
วิธีเลี้ยงลูกให้มีความสุข ในยุค New Normal นั้น กุญแจสำคัญคือ ‘ความยืดหยุ่น’ ในการเลี้ยงลูกควบคู่ไปกับการปรับมุมมองของตัวคุณพ่อคุณแม่เอง โดยหลัก ๆ แบ่งเป็น

 

1. ปล่อยให้ลูกได้เล่นอย่างมีอิสระเสรี

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครองบางคน ที่อยากเลี้ยงลูกให้มีความสุข พอพูดถึงเรื่อง ‘การเล่น’ อาจจะนึกถึงพื้นที่หรือกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้อง ‘สัมผัส’ หรือ ‘พบเจอ’ ผู้คนมากขึ้น ซึ่งอาจจะสร้างความกังวลในเรื่องของสุขอนามัยของลูก แต่หากคุณพ่อคุณแม่มีวิธีป้องกันอย่างเหมาะสม ก็ควรปล่อยให้ลูกๆได้เล่นตามวัย บ้าง เพราะจะทำให้เขาได้เรียนรู้ทักษะ กติกาทางสังคม และการเข้าสังคมได้ ช่วยพัฒนาเด็กสมาธิสั้น หรือเด็กที่มีอาการไฮเปอร์ ให้มีความฉลาดทางอารมณ์ หรือ EQ
หากจะบอกว่า ‘การเล่น’ คือสิ่งที่มอบประสบการณ์ชีวิตให้กับลูกได้ดีที่สุดก็คงจะไม่ใช่เรื่องเกินจริง
และสิ่งที่เขาได้เรียนรู้จากการปล่อยให้เขาเล่นนั้น ก็จะเป็นหนึ่งในวิธีเลี้ยงลูกให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความยืดหยุ่นทางอารมณ์ จัดการกับความเครียดได้ดีและสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในชีวิตได้อย่างเหมาะสมและมีความสุข

 

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครองบางคน พอพูดถึงเรื่อง ‘การเล่น’ อาจจะนึกถึงพื้นที่หรือกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้อง ‘สัมผัส’ หรือ ‘พบเจอ’ ผู้คนมากขึ้น ซึ่งอาจจะสร้างความกังวลในเรื่องของสุขอนามัยของลูก แต่หากคุณพ่อคุณแม่มีวิธีป้องกันอย่างเหมาะสม ก็ควรปล่อยให้ลูก ๆ ได้เล่นตามวัยบ้าง เพราะจะทำให้เขาได้เรียนรู้ทักษะ กติกาทางสังคม และการเข้าสังคมได้ หากจะบอกว่า ‘การเล่น’ คือสิ่งที่มอบประสบการณ์ชีวิตให้กับลูกได้ดีที่สุดก็คงจะไม่ใช่เรื่องเกินจริง และการที่เขาได้เรียนรู้จากสิ่งต่าง ๆ รอบตัวจากการที่ปล่อยให้เขาเล่นนั้นก็จะเป็นหนึ่งในวิธีเลี้ยงลูกให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความยืดหยุ่นทางอารมณ์ จัดการกับความเครียดได้ดีและสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในชีวิตได้อย่างเหมาะสมและมีความสุข

 

2. เลี้ยงลูกให้เป็นตัวของตัวเอง

การเลี้ยงลูกในโลกยุคโลกาภิวัตน์ ที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นทุกวินาที อินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียคือสิ่งปกติที่เด็ก ๆ หรือลูก ๆ ของเรารู้จักตั้งแต่เกิด หากคุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครองรู้จักปรับตัวและใช้ประโยชน์จากข้อดีของสิ่งเหล่านี้ และนำมาช่วยเลี้ยงลูกให้ค้นพบความชอบของตัวเอง เห็นคุณค่าของตัวเอง โดยไม่ต้องมาคอยพะวงกับเรื่องความสมบูรณ์แบบ และช่วยให้ลูกมีความสุขได้ในแบบฉบับของตัวเองได้

 

3. อย่าเลี้ยงลูกแบบปกป้องหรือตามใจมากจนเกินไป

“ตึงในบางโอกาส หย่อนในบางเวลา” คุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครองที่พยายามจะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงให้ลูกในทุกโอกาส อาจส่งผลให้ลูกเกิดความวิตกกังวล จนอาจส่งผลให้เขาไม่กล้าที่จะตัดสินใจหรือลงมือทำอะไรด้วยตัวเอง ความยืดหยุ่นที่คุณพ่อคุณแม่ต้องคอยบอกตัวเอง คือเลี้ยงลูกในแบบ ‘ให้เขาได้ลองผิดลองถูก’
โดยเราคอยสนับสนุนและเป็นกำลังใจอยู่ห่าง ๆ คอยให้คำแนะนำที่เหมาะสม สิ่งนี้จะช่วยให้ลูกฝึกการแก้ปัญหาด้วยตัวเอง หากลูกของเราเป็นเด็กขี้อาย วิธีการเลี้ยงลูกที่เหมาะสมก็ควรสอนทักษะการเรียนรู้ที่จำเป็นให้เขา เช่น การทักทาย ทำความรู้จักเพื่อนใหม่ และทักษะอื่น ๆ แล้วค่อย ๆ ปล่อยให้ลูกได้มีการตัดสินใจเอง

 

4. สอนให้รู้จักอารมณ์ความรู้สึกต่างๆ พร้อมเปลี่ยนเชิงลบเป็นเชิงบวก 

การเลี้ยงลูกเราควรสอนให้เขารู้ว่า ‘อารมณ์ความรู้สึก’ คือสิ่งที่เกิดขึ้นและสามารถจัดการได้ และความรู้สึกเชิงลบเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แต่มันจะไม่อยู่กับเราตลอดไป และเราก็สามารถเปลี่ยนมันเป็นความรู้สึกเชิงบวกได้เช่นกัน ไม่จำเป็นต้องเลี้ยงลูกโดยสอนเขาว่าโลกนี้มีแค่สีขาวและดำ
ควรให้เขาได้มองโลกตามความเป็นจริง แต่สิ่งสำคัญคือ ‘การรับฟังสิ่งที่ลูกพูด’ ทุกครั้งเมื่อเกิดอารมณ์หรือความรู้สึกเชิงลบขึ้น อย่าพยายามปลอบเพื่อให้ลูกอารมณ์ดีขึ้นเพียงอย่างเดียว ควรรับฟังลูกว่า ความรู้สึกเชิงลบนี้เกิดขึ้นเพราะอะไร แล้วค่อย ๆ นำเสนอวิธีจัดการกับอารมณ์ความรู้สึกนั้นแก่ลูก วิธีนี้จะช่วยให้ลูกเรียนรู้ที่จะจัดการกับอารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง ทั้งยังสามารถคิดและแยกแยะสิ่งต่าง ๆ อย่างเป็นระบบมากขึ้น
 

5. สอนให้เห็นอกเห็นใจผู้อื่น 

ในโลกที่กว้างใหญ่ และผู้คนมีความแตกต่างหลากหลาย การเลี้ยงลูกให้เขาเข้าใจความหลากหลายนั้นเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะช่วยให้เขาสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้างได้ และคุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครองคือตัวอย่างที่ดีที่สุด ที่จะสอนให้ลูกรู้จัก เรียนรู้ และเข้าใจความเห็นอกเห็นใจต่อผู้อื่น สิ่งนี้จะช่วยให้ลูกมีความสุขจากการให้ และรับรู้ถึงความรู้สึกของผู้อื่นมากขึ้นได้นั่นเอง

 

สุดท้ายนี้สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครองควรให้ความสำคัญและเอาใจใส่ในการเลี้ยงลูกให้มีความสุขมากยิ่งขึ้นคือเรื่อง ‘ความเครียด’ ที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ทั้งจากความเปลี่ยนแปลงที่ยังไม่คุ้นชิน หรือข้อจำกัดที่อาจกระทบต่อพัฒนาการบางด้านของลูก แต่ให้ใช้ความรัก ความเอาใจใส่ และความเข้าใจในทุก ๆ ขั้นตอนของการเลี้ยงลูกเพียงเท่านี้ ไม่ว่าสถานการณ์ต่าง ๆ จะเปลี่ยนแปลงหรือเกิดอะไรขึ้น ผู้ปกครองจะสามารถจัดการกับปัญหาตรงหน้าได้อย่างเป็นระบบ และร่วมกันสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ให้ลูกเติบโตไปอย่างมีความสุขได้อย่างแน่นอน

gv-icon-437
Blog Banner text
วิธีเลี้ยงลูกให้มีความสุขในยุค New Normal 'ความยืดหยุ่น คือกุญแจ'

Featured Posts