Skip to main content

การวางพื้นฐานชีวิตลูก ด้วยความเข้าใจและอิสระแบบ 'ซินดี้ สิริยา'

วิธีการเลี้ยงลูกสไตล์ ซินดี้-สิรินยา บิชอฟ ซูเปอร์มัมที่ปูพื้นฐานชีวิตลูกๆ 

ด้วยพลังแห่งความเข้าใจและการให้อิสระในการเลือกสิ่งที่ใช่ด้วยตัวเอง

 เรื่อง เชิญพร คงมา, ภาพ มณีนุช บุญเรือง

 

เราต่างรู้จัก ซินดี้-สิรินยา บิชอพ ในฐานะของผู้หญิงเก่งที่มีหน้าที่การงานและบทบาทอันหลากหลาย

 

เมื่อไล่เรียงหน้าที่การงานในปัจจุบัน เธอเป็นทั้งนางแบบ นักแสดง พิธีกร นักเคลื่อนไหวที่ทำงานด้านสิทธิสตรี นักธุรกิจ และล่าสุดคือการเป็นนักเขียนหนังสือเด็กที่พูดถึงสิทธิในร่างกายของตัวเอง ที่สอนให้เด็กๆ เรียนรู้เรื่องร่างกาย เคารพตัวเอง และยอมรับในตัวตนของผู้อื่น ซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อไม่นานมานี้

ซินดี้ สิรินยา บิชอพ ซูเปอร์มัมและนักเขียนหนังสือเด็ก กับสูตรการเลี้ยงให้ลูกเป็นผู้เลือก

เธอทำงานทุกอย่างที่ว่ามาควบคู่กับงานอันยิ่งใหญ่ คือการเป็นคุณแม่ของลูกสาวและลูกชายวัยน่ารัก ซึ่งเธอบอกว่า งานนี้มีความสำคัญเป็นอันดับแรกเสมอ 

ด้วยความเชื่อในพลังแห่งความรัก ความเอาใจใส่ และการเลี้ยงดูลูกที่ให้อิสระในการตัดสินใจ และมีพื้นฐานมาจากความเข้าใจเป็นส่วนสำคัญ แม้งานเลี้ยงลูกจะเป็นงานยากและโหดหินแค่ไหน เราก็รับรู้ได้ถึงความสนุกและความสุขที่สุดในชีวิตของ ‘ซูเปอร์มัม’ คนนี้ 

 

ซินดี้ สิรินยา บิชอพ ซูเปอร์มัมและนักเขียนหนังสือเด็ก กับสูตรการเลี้ยงให้ลูกเป็นผู้เลือกซินดี้ สิรินยา บิชอพ ซูเปอร์มัมและนักเขียนหนังสือเด็ก กับสูตรการเลี้ยงให้ลูกเป็นผู้เลือก 

หน้าที่คุณแม่คือที่หนึ่ง 

“ตอนนี้ซินดี้มีงานในวงการบันเทิงคือถ่ายละครอยู่สองเรื่อง แล้วก็กำลังรอผลงานภาพยนตร์ต่างประเทศของเน็ตฟลิกซ์อินเตอร์ที่ถ่ายทำไปแล้วออกอากาศ ส่วนงานพิธีกรทุกอย่างหยุดชะงัก เลยผันตัวมาสอนออนไลน์คอร์สการเป็นนางแบบ งานด้านสิทธิสตรีในแคมเปญ Don’t tell me how to dress ก็ยังทำอย่างต่อเนื่องและกำลังจะมีนิทรรศการแบบดิจิทัลให้ชมกัน และล่าสุดซินดี้เพิ่งเขียนหนังสือเด็กที่เป็นการ์ตูนพูดถึงสิทธิในร่างกายของตัวเอง เพื่อให้เด็กเข้าใจการเคารพตัวเองและผู้อื่น 

“ส่วนหน้าที่หลักที่สำคัญที่สุด และมาอันดับหนึ่งเสมอ คือบทบาทความเป็นคุณแม่ลูกสองนี่เอง” ซินดี้ สิรินยา ยิ้มกว้างเมื่อตอบคำถามแรกเกี่ยวกับหน้าที่การงานปัจจุบันของเธอจบลง 

ได้ฟังดังนี้ ใครก็คงยกให้เธอเป็นซูเปอร์มัมอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะแม้จะมีภารกิจการงานรอบด้าน แต่เธอสามารถบริหารเวลาเพื่อทำหน้าที่คุณแม่ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง 

“ซินดี้เป็นคนที่ค่อนข้างเป๊ะในการบริหารเวลาอยู่แล้ว” เธอว่า หลังจากได้ยินคำชื่นชม “โชคดีที่พี่ไบรอน (ไบรอน บิชอพ) ก็ทำงานด้วยกัน เราทั้งคู่ช่วยกันดูแลลูกได้ แต่ละเดือนมีการวางแผนล่วงหน้าว่า ซินดี้ติดงานตรงนี้ คุณพ่อช่วยมาเติมเต็มได้ไหม เราทำงานกันเป็นทีม” 

เลี้ยงลูกด้วยเหตุผล 

ที่ผ่านมาเราได้เห็นภาพครอบครัวอันอบอุ่นของเธอเสมอ และที่เห็นเด่นชัดคือลูกๆ ทั้งสองของเธอ นั่นคือ น้องเลล่า (เลล่า คาเมน บิชอพ) ลูกสาวคนโตวัย11 ปี และ น้องเอเดน (เอเดน วิลเลี่ยม บิชอพ) ลูกชายคนเล็กวัย 8 ปีต่างมีความน่ารักสดใส มีพัฒนาการเติบโตตามวัยอย่างสมบูรณ์ เมื่ออยู่ในวัยนี้ ลูกๆ เริ่มทำกิจกรรมร่วมกับคุณพ่อคุณแม่ได้อย่างสนุกสนาน  

“ครอบครัวเราเน้นกิจกรรมที่ทำแล้วมีความสุข ตอนนี้ลูกๆ ก็เข้าสู่วัยที่ทำกิจกรรมด้วยกันได้ เวลาไปเที่ยวก็เล่นกีฬาด้วยกัน เริ่มขับโกคาร์ท เซิร์ฟฟิ่ง ทุกคนเอนจอยกันได้” 

เมื่อถามว่าสไตล์การเลี้ยงลูกของเธอเป็นอย่างไร คำตอบที่ได้คือ การเลี้ยงลูกด้วยเหตุผล 

“ครอบครัวเราเชื่อมั่นในการพูดคุยและรับฟังกันด้วยเหตุผล” เธอเริ่มอธิบาย “ถึงแม้ว่าจะมีเรื่องที่เราห้าม แต่ไม่ได้ห้ามเพราะแม่บอกว่าต้องเป็นแบบนั้น มันไม่เข้าหู เป็นเราก็ไม่ฟัง ถ้าเป็นการห้ามต้องมีหลักการหรือเหตุผลว่า ทำไมแม่ถึงห้าม ถ้าหนูทำไปแล้วจะเป็นอย่างนี้นะ แล้วหนูจะทำอยู่หรือเปล่า บางทีก็ต้องมีการลองผิดลองถูกบ้าง ถ้าไม่ฟังก็ทำไป เจ็บตัวแล้วค่อยมาคุยกัน” 

เธอบอกว่า การเลี้ยงลูกแบบเธอนั้นไม่มีสูตรตายตัว และไม่อาจกำหนดทุกอย่างเป็นหลักการที่แน่นอนได้ 

“บางกรณีก็ต้องมียืดหยุ่นบ้าง เช่น บางอย่างเราคิดว่าอาจจะยังไม่ใช่เวลา แต่ถ้าหนูอยากลองทำจริงๆ ก็อธิบายมาว่าทำไม หรือหนูคิดว่าพร้อมยังไง ถ้าเราฟังแล้วโอเคมีเหตุผล ก็ลองทำดู” 

ซินดี้ สิรินยา บิชอพ ซูเปอร์มัมและนักเขียนหนังสือเด็ก กับสูตรการเลี้ยงให้ลูกเป็นผู้เลือก 

ปูพื้นฐานชีวิตด้วยการให้อิสระในการตัดสินใจ 

ซินดี้เล่าว่ากิจกรรมต่างๆ ที่ลูกทั้งสองได้ลองทำ ล้วนมาจากความชอบและการตัดสินใจเลือกของลูกๆ เอง 

“ซินดี้เลี้ยงลูกโดยให้ความสำคัญอยู่สามสิ่งหลักเหมือนกับที่เราดูแลตัวเอง นั่นคือ Mind-Body-Soul ชีวิตเขาต้องเติมเต็มทั้งการเรียนรู้พัฒนาตัวเอง การออกกำลังกาย และการทำสิ่งที่มีความสุข ดังนั้นถ้าลูกอยากทำหรือเล่นอะไรก็ให้เขาได้เลือกตามความชอบของเขาเอง 

“เลล่าชอบเต้น เขาก็เรียนเต้นบัลเลต์มาตั้งแต่สามขวบ และเต้นมาตลอดควบคู่ไปกับการว่ายน้ำ เลล่าเป็นคนที่ไม่ชอบกีฬาที่ต้องไปปะทะกับคนอื่น เขาก็จะไม่ค่อยชอบทีมสปอร์ต แต่ล่าสุดเพิ่งจะมาขอเล่นฟุตบอล เราก็โอเค หนูเลือกมาเพราะอยากลอง ก็ให้เขาได้ลองทำดู” คุณแม่ยิ้มปลื้มใจ แม้จะแอบกระซิบว่าอยากให้ลูกสาวเล่นบาสเก็ตบอลก็ตาม 

“ส่วนเอเดนเป็นสายลุย ชอบเทควันโดและปากัวร์ (Parkour) เราเห็นว่าเขาชอบและทำได้ ก็ส่งเสริมเต็มที่ ตอนนี้ปากัวร์ก็กำลังจะเรียนคลาสต่อยอดสูงขึ้นไปเป็นแบบที่วิ่งและตีลังกาลงมา เราส่งเสริมให้เรียนตั้งแต่พื้นฐานเพื่อให้มีทักษะ เพราะความปลอดภัยต้องมาก่อน” 

แต่ก็มีบางครั้งที่ลูกขอลองทำสิ่งที่เขาสนใจ แต่สุดท้ายแล้วสิ่งเหล่านั้นกลับเป็นสิ่งที่ไม่ใช่ เธอก็ไม่ได้บังคับให้ทำต่อไป เพียงแต่สอนให้มีความรับผิดชอบในการเลือกของตัวเอง 

 

 

ผู้เขียน​

เชิญพร คงมา กองบรรณาธิการ The Cloud​

ภาพโดย ​

มณีนุช บุญเรือง​

 

gv-icon-1301

Featured Posts